หลักการทำงานเซ็นเซอร์วัดความขุ่นของน้ำเสียในโรงงานบำบัด: คู่มือฉบับสมบูรณ์จากผู้เชี่ยวชาญ Mitsubishi
ความสำคัญของเซ็นเซอร์วัดความขุ่นในโรงงานบำบัดน้ำเสีย
ในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย การตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้มั่นใจว่าน้ำที่ผ่านการบำบัดมีมาตรฐานตามที่กำหนด และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในพารามิเตอร์หลักที่ต้องควบคุมคือ 'ความขุ่น' (Turbidity) ซึ่งบ่งชี้ถึงปริมาณของแข็งแขวนลอยในน้ำ การวัดความขุ่นอย่างแม่นยำจึงต้องอาศัย เซ็นเซอร์วัดความขุ่นของน้ำเสียในโรงงานบำบัด ที่มีประสิทธิภาพและได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ
หลักการทำงานเซ็นเซอร์วัดความขุ่น: การกระจายและการดูดกลืนแสง
หลักการทำงานเซ็นเซอร์วัดความขุ่นส่วนใหญ่ใช้เทคนิคทางแสง โดยอาศัยคุณสมบัติของอนุภาคแขวนลอยในน้ำที่สามารถกระจาย (Scattering) และดูดกลืน (Absorption) แสงได้ เมื่อแหล่งกำเนิดแสงส่องผ่านตัวอย่างน้ำ ตัวรับแสงจะตรวจจับปริมาณแสงที่ถูกกระจายหรือลดทอนลง และแปลงเป็นค่าความขุ่น โดยทั่วไปจะแสดงในหน่วย Nephelometric Turbidity Units (NTU)
- แหล่งกำเนิดแสง: มักเป็น LED หรือหลอดอินฟราเรดที่ให้แสงความยาวคลื่นคงที่
- ตัวรับแสง (Photodetector): ตรวจจับความเข้มของแสงที่กระจายหรือผ่านน้ำ
- ช่องวัด (Measuring Chamber): ส่วนที่น้ำเสียไหลผ่านเพื่อให้เซ็นเซอร์ทำการวัด
- ระบบทำความสะอาด: อาจเป็นหัวฉีดลม หรือแปรงทำความสะอาดอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการสะสมของคราบสกปรก
ประเภทของเซ็นเซอร์วัดความขุ่นที่ใช้ในโรงงานบำบัด
- แบบ Nephelometric (Scattered Light at 90°): เป็นที่นิยมที่สุดสำหรับน้ำดื่มและน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้ว โดยวัดแสงที่กระจายตัวทำมุม 90 องศาจากลำแสงหลัก เหมาะสำหรับการวัดความขุ่นต่ำถึงปานกลาง
- แบบ Transmittance (Direct Light at 0°/180°): วัดปริมาณแสงที่ส่องผ่านน้ำโดยตรง เหมาะสำหรับน้ำเสียที่มีความขุ่นสูงมาก หรือการวัดปริมาณของแข็งแขวนลอยรวม (TSS)
- แบบ Combined (Multi-angle): บางเซ็นเซอร์มีการวัดแสงที่หลายมุม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้นสำหรับสภาวะน้ำที่หลากหลาย